นอนแก้ผ้าได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

นอนแก้ผ้า
นอนแก้ผ้า

หลายคนพยายามจัดสภาวะต่างๆรอบเตียงนอนให้ดี เพื่อให้การนอนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่ามอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำให้การนอนหลับของคุณมีคุณภาพมากขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมแต่อย่างใด แค่ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ออกเท่านั้น คุณก็ได้รับประโยชน์จากการนอนแก้ผ้าแล้ว

หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมการนอนแก้ผ้าถึงเป็นสิ่งที่บางคนแนะนำให้ทำกัน ทั้งๆที่มันน่าจะเป็นการกระทำที่ตรงข้ามกับคำว่ามีสุขภาพดีอย่างเห็นได้ชัด หากใครกำลังสงสัยกับข้อมูลที่ว่านี้ มาลองดูกันดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณแก้ผ้าออก

เมื่อ“การนอน” คือเรื่องสำคัญในชีวิต คุณจึงไม่ควรที่จะลืมเติมความสุขให้แก่ตัวเองในทุกคืน การนอนที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และส่งผลให้อวัยวะภายในทำงานได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับการตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความสดชื่น แต่คุณทราบหรือไม่ค่ะว่า ชุดนอนที่เหมาะสมต่อการนอนไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเลย เพราะ
“การนอนแก้ผ้า“ ถือเป็นชุดนอนที่เหมาะสมที่จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากการนอนที่มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิง ผู้ชาย หรือคนมีคู่ก็ตาม

6 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ต่อไปนี้จะธิบายให้คุณได้ทราบว่า ทำไมเราจึงควร “นอนแก้ผ้า“ มาลองศึกษาไปพร้อมๆกันได้เลย
1. ช่วยให้หลับง่าย หลับได้ดีกว่า

มีรายงานจาก The American Academy of Sleep Medicine รายงานเอาไว้ว่า เวลาที่เรานอนหลับในตอนกลางคืน อุณหภูมิของร่างกายเราจะลดลง ซึ่งการใส่เสื้อหรือชุดนอนจะเป็นการรบกวนกระบวนการปรับลดอุณหภูมิของร่างกายตามธรรมชาติได้ ดังนั้น การใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกายจะไปส่งผลให้เป็นการรบกวนการนอนของคุณได้นั่นเอง เมื่อร่างกายโดนรบกวนก็ย่อมส่งผลให้คุณหลับยากมากขึ้นได้นั่นเอง
2. น้องสาวไม่ชอบความอับชื้น

Jennifer Landa, MD และนักเขียน The Sex Drive Solution for Women กล่าวถึงการนอนแก้ผ้าว่ามีประโยชน์ต่อผู้หญิงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณจุดซ่อนเร้นที่อ่อนแอของผู้หญิง ทั้งนี้เนื่องจากอวัยวะเพศของผู้หญิงมักจะอับชื้นได้ง่ายมาก และเมื่ออับชื้นก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียชั้นดีได้ การไม่ใส่ชุดชั้นในจึงถือเป็นเรื่องที่ดีกว่า เพราะจะช่วยให้เกิดการระบายอากาศได้มากที่สุด ทั้งนี้ก็ต้องมั่นใจว่าเครื่องนอนของคุณสะอาดมากเพียงพอ เพราะความสกปรกอาจทพให้เกิดปัญหากับน้องสาวในภายหลังได้
3. ขนาดหน้าท้องลดลงได้เมื่อนอนแก้ผ้า

เชื่อว่าหลายคนน่าจะยินดีกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะการนอนเฉยๆก็สามารถช่วยให้คุณผอมลงได้ โดยรายงานจาก The Huffington Post กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า ระหว่างที่ร่างกายของเราปรับลดอุณหภูมิลงในตอนกลางคืน ร่างกายเราจะเพิ่ม Growth Hormone หรือฮอร์โมนเจริญเติบโต และปรับลดฮอร์โมนคอร์ติซอลลง ซึ่งนำไปสู่การหลับที่ดีมากขึ้น
โดยการนอนที่ดีที่สุดประกอบไปด้วย 2 วัฏจักร คือ ช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูจากการที่ระดับคอร์ติซอลลดลงมาก และช่วงเพิ่มระดับของฮอร์โมนเหล่านี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันถัดไป ซึ่งถ้าร่างกายคุณถูกรบกวนจากชุดนอน คอร์ติซอลจะถูกผลิตออกมามากขึ้นกว่าปกติ และส่วนที่เกินนั้นจะทำให้คุณอยากอาหารมากขึ้น เมื่ออยากมากก็จะกินมากกินมาก ดังนั้น การไม่ใส่อะไรนอนเลย จึงช่วยให้คุณผอมลงได้อย่างนี้นี่เอง
4. นอนแก้ผ้าช่วยให้เซ็กซี่กว่าเดิม

หากคุณเป็นคู่สามีภรรยา การนอนแก้ผ้าย่อมทำให้คุณพร้อมต่อการทำกิจกรรมร่วมกันบนเตียงได้ตลอดเวลา ช่วยให้คุณและคนรักได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม รักกันมากกว่าเดิม หรือมีเยื่อใยต่อกันและกันมากขึ้นไปกว่าเดิม เพราะการที่คุณนอนโดยที่ไม่ใส่อะไรเลยจะช่วยทำให้การตื่นเช้ามาของคุณทั้งคู่รู้สึกเซ็กซี่มากขึ้นกว่าเดิม และพร้อมทำกิจกรรมต่างๆที่คุณต้องการได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ เมื่อฮอร์โมนออกซี่โตซินถูกหลั่งออกมาจะทำให้คนมีความสุข ลดความเครียด คลายความเศร้า และทำให้เกิดเรื่องดีๆอื่นๆตามมาอีกเพียบ

โทษของพลาสติกคลุมอาหารอันตรายกว่าที่คิดไว้

พลาสติกคลุมอาหาร
พลาสติกคลุมอาหาร

ทุกวันนี้คนไทยเกือนทุกคนใช้พลาสติกกันเยอะมากขึ้น ใช้ถูกบ้าง ผิดบ้าง ปะปนกันไป ทั้งนี้หลายคนคิดว่าพลาสติกไม่น่าจะมีผิดภัยอะไรมาก แต่หากใช้ผิดวิธีก็มีโทษร้ายแรงไม่เบาเหมือนกันนะ โดยเฉพาะพลาสติกคลุมอาหาร ที่ต้องสัมผัสกับอาหารโดยตรง หากใช้วิธีผิดๆ ก็ยิ่งเป็นโทษต่อร่างกาย ถ้ากลัวเป็นอันตราย มาลองดูวิธีการใช้ที่ถูกต้องกันดีกว่า ไม่ยากเลย

เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้การแบ่งประเภทของพลาสติกคลุมอาหาร ( Plastic Wrap ) กันก่อนดีกว่า พลาสติกคลุมอาหารแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ เป็น 2 ชนิด คือ

พลาสติกชนิดที่ไม่ใช้กับอาหาร (Non-food grade plastic wrap)
พลาสติกชนิดที่ใช้กับอาหาร (food grade plastic wrap)

โดยมีลักษณะเป็นพลาสติกที่มีลักษณะบางใส เหนียว ยืดหยุ่นสูง และ สามารถเกาะติดกับขอบภาชนะได้ดี สามารถป้องกันการผ่านเข้าออกก๊าซออกซิเจน ฝุ่นละออง แมลง เชื้อโรค สารหอมระเหย กลิ่นได้ นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการเน่าเสียของอาหารได้ยาวนานมากขึ้นด้วย พลาสติกตัวนี้นี่แหละที่คนไทยนิยมใช้กัน

จะเห็นได้ว่าพลาสติกคลุมอาหารมีประโยชน์ตั้งมากมาย และด้วยข้อดีที่กล่าวมาทั้งหมด
ทำให้การใช้พลาสติกคลุมอาหารเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น ประโยชน์หลักๆก็คงเป็นเพราะพลาสติกชนิดนี้มีลักษณะสวยงามและน่ารับประทานมากกว่าการใช้ภาชนะแบบโฟม ทั้งในลักษณะการใช้แบบขึงปิดปากภาชนะแทนฝา หรือ ใช้ห่อหุ้มอาหารเพื่อถนอมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ให้ดูสดใหม่ได้อย่างยาวนานมากขึ้น

พูดถึงข้อดีไปหมดแล้ว อย่าลืมว่าข้อเสียของพลาสติกคลุมอาหารก็มีเช่นกัน ยิ่งพลาสติกคลุมอาหารต้องเป็นกับวัสดุที่สัมผัสกับอาหารโดยตรง ยิ่งมีส่วนที่จะส่งต่อสารพิษเข้าสู่ร่างกายได้ โดยหากอาหารจานไหนมีสภาพความเป็นกรดสูงหรือมีไขมันเป็นส่วนประกอบในอาหารมาก ตัวกรดหรือไขมันก็จะกลายเป็นตัวกลางสำคัญในการพาสารพิษจากพลาสติกลงมาปนเปื้อนกับอาหารได้ และแน่นอนว่าเมื่อเรารับประทานอาหารเหล่านั้นเข้าไป ก็เกิดการสะสมของสารพิษและเมื่อสะสมไปนานวันเข้า ก็อาจจะก่อเกิดเป็นสารก่อมะเร็ง ขึ้นมาทำร้ายร่างกายได้

เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจเรื่องนี้ เป็นเพราะว่าพวกเขาคิดว่า พลาสติกคลุมอาหารสามารถสัมผัสอาหารทุกชนิดได้โดยตรง เพราะชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่าออกแบบมาใช้กับอาหาร แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น 100% เพราะสารบางอย่างในพลาสติกอาจหลุดออกมาปนเปื้อนในอาหารได้และก่อให้เกิดเป็นอันตรายแก่พวกเรา

ดังนั้น การใช้ฟิล์มพลาสติกถนอมอาหารจึงจำเป็นต้องมีวิธีการใช้ให้ถูกวิธี ใครใช้พลาสติกคลุมอาหารบ่อยและกลัวว่าจะเกิดอันตราย ลองมาดูวิธีการใช้ที่ถูกวิธีดังต่อไปนี้กันเถอะค่ะ

ข้อควรระวังในการใช้พลาสติกคลุมอาหาร

1. เลือกใช้ชนิดพลาสติกคลุมอาหารให้ตรงกับที่ระบุไว้บนฉลาก

สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนจำเป็นต้องรู้และเลือกใช้พลาสติกคลุมอาหารให้ตรงกับที่ระบุไว้บนฉลาก เพราะอาจมีความจำเพาะต่างกัน เช่น เหมาะกับใช้กับไมโครเวฟ หรือเหมาะกับอาหารแช่แข็ง เป็นต้น

2. พลาสติกคลุมอาหารชนิดที่มีสาร PVC เป็นส่วนประกอบหลัก สามารถใช้ในการห่อหุ้มอาหารประเภทผัก ผลไม้ หรือ อาหารที่ไม่มีไขมันได้

พลาสติกประเภท PVC ไม่เหมาะกับการใช้กับอาหารแต่สามารถใช้กับผลไม้ได้ แต่ถ้าต้องการใช้พลาสติกคลุมอาหารชนิดนี้กับอาหารที่มีไขมันจริงๆ ควรใช้ร่วมกับภาชนะที่มีก้นลึกและบรรจุอาหารให้ต่ำกว่าปากภาชนะประมาณ 1 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้พลาสติกสัมผัสกับอาหารโดยตรง

3. หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกห่อหุ้มอาหารที่มีไขมันสูง

พลาสติกคลุมอาหารไม่ควรใช้กับอาหารจำพวก เนยแข็ง เนื้อสัตว์ติดมัน เค้กที่มีหน้าครีมหรือช๊อคโกเลต อาหารทอด

4. พลาสติกคลุมอาหารสามารถใช้ในการอุ่นหรือทำอาหารในเตาไมโครเวฟได้

หากบนฉลากระบุว่าเป็น พลาสติกที่ใช้กับไมโครเวฟได้ ต้องระวังไม่ให้พลาสติกสัมผัสกับอาหารโดยตรง เพราะจะทำให้สารที่ใช้ทำพลาสติกรวมถึงสารก่อพลาสติกลงไปปนเปื้อนในอาหารได้เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้พลาสติกคลุมอาหารปิดฝาภาชนะ หรือ ห่อหุ้มอาหารเหลวที่จะนำไปอุ่นด้วยเตาไมโครเวฟที่ความร้อนสูง เพราะความร้อนสูงสามารถทำให้พลาสติกหลอมละลายได้

5. ไม่ควรใช้พลาสติกคลุมอาหารในการอุ่น หรือทำอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก จนอาจทำให้พลาสติกละลาย

พลาสติกทุกตัวมีความสามารถในการทนความร้อนได้น้อยกว่าวัสดุอื่นๆ ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้พลาสติกในเตาอบ หม้อแกง กระทะ หรือ cooker hobs ก็ควรระมัดระวังให้ดี เพราะยิ่งใช้อุณหภูมิสูงมากเท่าไหร่ หรือในการทำอาหารมีไอน้ำหรือไอน้ำมันเกิดขึ้น ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวังให้มาก เพราะทั้งไอน้ำและไอน้ำมัน จะชะเอาสารที่ใช้ทำพลาสติกไหลลงมาสู่อาหารได้ แม้ว่าพลาสติกตัวนั้นจะไม่ได้สัมผัสกับอาหารโดยตรงแม้แต่น้อย

จะเห็นได้ว่าพลาสติกคลุมอาหารไม่ได้เป็นวัสดุที่ปลอดภัย 100% ถ้าคุณมีการใช้ที่ผิดวิธีจะก่อให้เกิดเป็นภัยและก่อให้เกิดโรคร้ายแก่ร่างกายมนุษย์ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้พลาสติกคลุมอาหารให้ถูกประเภท คุณจะได้รับความปลอดภัยจากการรับประทานอาหารมากที่สุด ไม่ต้องได้รับสารพิษที่หลอมละลายมาจากพลาสติกคลุมอาหาร และสามารถมีอายุอยู่ได้อย่างยืนยาวแบบไร้โรคภัยไข้เจ็บตลอดไป

ออกกำลังกายช่วยเพิ่มความสวยใสให้คุณได้

การออกกำลังกายถือเป็นยาอายุวัฒนะที่ช่วยทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราสามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่สวนสาธารณะ การที่เราออกกำลังกายอย่างเป็นประจำแล้ว นอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังทำให้ผิวพรรณของเราเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาด แลดูเป็นคนสุขภาพดี  บุคลิกดี ใครๆก็อยากอยู่ไกล้

เราสามารถเลือกวิธีและรูปแบบการออกกำลังกายได้หลากหลายวิธี เช่น

1.การเต้นแอโรบิค

การเต้นแอโรบิค
การเต้นแอโรบิค

การเต้นแอโรบิคเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้เราได้ใช้ทุกส่วนของร่างกายอย่างเต็มที่ จะทำให้เรากระฉับกระเฉง มีความสนุกสนาน จิตใจแจ่มใส เป็นการออกกำลังกายที่สนุกและดีต่อหัวใจ ทำให้หัวใจของเราสูบฉีดได้ดี

2.การเข้าฟิตเนส/เวทเทรนนิ่ง

เวทเทรนนิ่ง
เวทเทรนนิ่ง

การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่เราจะใช้ความแข็งแรงของร่างกาย ด้วยการยกน้ำหนักประเภทต่างๆ สำหรับคนที่ต้องการมีกล้ามที่เห็นได้ชัด เพื่อหุ่นที่ดี มักจะชื่นชอบการออกกำลังกายประเภทนี้ ทำให้เราดูแข็งแรง ลดไขมัน และมีบุคลิกที่ดีได้อีกด้วย

3.การเล่นโยคะ

โยคะ
โยคะ

การเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายผสมผสานกับการทำจิตใจให้มีสมาธิ ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างที่เราต้องการ ถึงแม้ว่าเราจะเห็นว่าโยคะดูเหมือนไม่ได้ใช้พลังงานมากเหมือนการออกกำลังแบบอื่น แต่จริงๆแล้วการออกกำลังกายแบบโยคะนี้ สามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีไม่แพ้การออกกำลังกายแบบอื่นเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังวกายควรออกแต่พอดี ไม่ใช่หักโหมจนเกินไป จะทำให้เราบาดเจ็บและเป็นผลเสียต่อสุขภาพของเราได้