สวยได้ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ที่สถานเสริมความงาม

สถานเสริมความงาม
สถานเสริมความงาม

หลายคนมีความเชื่อฝังหัวว่าการไป สถานเสริมความงาม คือการไปทำศัลยกรรม ผ่าโน้น เสริมนี้ ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นความเชื่อที่ผิดถนัด เพราะในปัจจุบันบอกได้เลยว่า สถานเสริมความงาม ไม่ใช่เป็นแค่แหล่งศัลยกรรมพลาสติกที่ปลอดภัยอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังดูแลในเรื่องของความสวยความงามให้คุณได้ ตั้งแต่ตัวจรดเท้าอีกด้วย ใครที่ยังมีความคิดแบบผิดๆ นี้ฝังหัวอยู่ละก็ ขุดออกไปให้หมดด่วนๆ เลยค่ะ เพราะ สถานเสริมความงาม ในปัจจุบัน เป็นสถานที่ๆ ไม่ว่าจะหนุ่ม จะสาว จะเกย์ จะทอม รุ่นป้า รุ่นหน้า ก็สามารถเข้าไปเติมเต็มความสวยได้ เพราะมีบริการที่พร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็น นวดหน้าใส นวดหน้าเรียว การนวดตัว ดูแลผิวพรรณ ผิวหน้าย่อนคลอย ทำหน้าใส กำจัดขน ลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน ดูแลเรื่องรูปร่าง ดูแลเรื่องสิว ให้คำปรึกษาเรื่องความสวยความงาม หรือแม้แต่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นปัญหาเรื่องความสวยความงามต่างๆ บอกได้ว่า สถานเสริมความงามช่วยท่านได้ ซึ่งข้อดีของการเข้าไปใช้บริการสถานเสริมความงามก็คือ คุณจะสามารถปรึกษาก่อนทำได้ แพทย์จะให้ทางเลือกหลายๆ อย่าง รวมทั้งยังมีภาพตัวอย่างก่อนหลังของเคสอื่นๆ ให้คุณได้ศึกษาก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำด้วยตัวเอง เพราะอย่างที่บอกว่าไม่ใช่แค่เรื่องศัลยกรรมอย่างเดียว อยากหน้าใส เป็นสิวที่หน้าที่หลัง ก็เข้าไปปรึกษาแก้ปัญหาได้ค่ะ

เอาเป็นว่าใครที่กำลังเครียดเรื่องรูปร่าง หน้าตา และผิวพรรณ แนะนำให้เดินเข้าไปปรึกษาสถานเสริมความงามใกล้บ้านท่านเลยค่ะ นอกจากจะได้บริการที่ได้มาตรฐานแล้ว ยังเชื่อถือได้อีกต่างหาก เพราะอย่าลืมนะคะว่า การทำให้ตัวเองสวยขึ้น นอกจากจะทำให้บุคลิกภาพภายนอกของคุณดูดีขึ้นแล้ว จิตใจของคุณก็จะดีขึ้นด้วย เพราะมีความสุขกับความมั่นใจในตัวเอง

 

 

นอนแก้ผ้าได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

นอนแก้ผ้า
นอนแก้ผ้า

หลายคนพยายามจัดสภาวะต่างๆรอบเตียงนอนให้ดี เพื่อให้การนอนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่ามอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำให้การนอนหลับของคุณมีคุณภาพมากขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติมแต่อย่างใด แค่ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ออกเท่านั้น คุณก็ได้รับประโยชน์จากการนอนแก้ผ้าแล้ว

หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมการนอนแก้ผ้าถึงเป็นสิ่งที่บางคนแนะนำให้ทำกัน ทั้งๆที่มันน่าจะเป็นการกระทำที่ตรงข้ามกับคำว่ามีสุขภาพดีอย่างเห็นได้ชัด หากใครกำลังสงสัยกับข้อมูลที่ว่านี้ มาลองดูกันดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณแก้ผ้าออก

เมื่อ“การนอน” คือเรื่องสำคัญในชีวิต คุณจึงไม่ควรที่จะลืมเติมความสุขให้แก่ตัวเองในทุกคืน การนอนที่เหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และส่งผลให้อวัยวะภายในทำงานได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับการตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความสดชื่น แต่คุณทราบหรือไม่ค่ะว่า ชุดนอนที่เหมาะสมต่อการนอนไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเลย เพราะ
“การนอนแก้ผ้า“ ถือเป็นชุดนอนที่เหมาะสมที่จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากการนอนที่มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิง ผู้ชาย หรือคนมีคู่ก็ตาม

6 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ต่อไปนี้จะธิบายให้คุณได้ทราบว่า ทำไมเราจึงควร “นอนแก้ผ้า“ มาลองศึกษาไปพร้อมๆกันได้เลย
1. ช่วยให้หลับง่าย หลับได้ดีกว่า

มีรายงานจาก The American Academy of Sleep Medicine รายงานเอาไว้ว่า เวลาที่เรานอนหลับในตอนกลางคืน อุณหภูมิของร่างกายเราจะลดลง ซึ่งการใส่เสื้อหรือชุดนอนจะเป็นการรบกวนกระบวนการปรับลดอุณหภูมิของร่างกายตามธรรมชาติได้ ดังนั้น การใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกายจะไปส่งผลให้เป็นการรบกวนการนอนของคุณได้นั่นเอง เมื่อร่างกายโดนรบกวนก็ย่อมส่งผลให้คุณหลับยากมากขึ้นได้นั่นเอง
2. น้องสาวไม่ชอบความอับชื้น

Jennifer Landa, MD และนักเขียน The Sex Drive Solution for Women กล่าวถึงการนอนแก้ผ้าว่ามีประโยชน์ต่อผู้หญิงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณจุดซ่อนเร้นที่อ่อนแอของผู้หญิง ทั้งนี้เนื่องจากอวัยวะเพศของผู้หญิงมักจะอับชื้นได้ง่ายมาก และเมื่ออับชื้นก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียชั้นดีได้ การไม่ใส่ชุดชั้นในจึงถือเป็นเรื่องที่ดีกว่า เพราะจะช่วยให้เกิดการระบายอากาศได้มากที่สุด ทั้งนี้ก็ต้องมั่นใจว่าเครื่องนอนของคุณสะอาดมากเพียงพอ เพราะความสกปรกอาจทพให้เกิดปัญหากับน้องสาวในภายหลังได้
3. ขนาดหน้าท้องลดลงได้เมื่อนอนแก้ผ้า

เชื่อว่าหลายคนน่าจะยินดีกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะการนอนเฉยๆก็สามารถช่วยให้คุณผอมลงได้ โดยรายงานจาก The Huffington Post กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า ระหว่างที่ร่างกายของเราปรับลดอุณหภูมิลงในตอนกลางคืน ร่างกายเราจะเพิ่ม Growth Hormone หรือฮอร์โมนเจริญเติบโต และปรับลดฮอร์โมนคอร์ติซอลลง ซึ่งนำไปสู่การหลับที่ดีมากขึ้น
โดยการนอนที่ดีที่สุดประกอบไปด้วย 2 วัฏจักร คือ ช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูจากการที่ระดับคอร์ติซอลลดลงมาก และช่วงเพิ่มระดับของฮอร์โมนเหล่านี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันถัดไป ซึ่งถ้าร่างกายคุณถูกรบกวนจากชุดนอน คอร์ติซอลจะถูกผลิตออกมามากขึ้นกว่าปกติ และส่วนที่เกินนั้นจะทำให้คุณอยากอาหารมากขึ้น เมื่ออยากมากก็จะกินมากกินมาก ดังนั้น การไม่ใส่อะไรนอนเลย จึงช่วยให้คุณผอมลงได้อย่างนี้นี่เอง
4. นอนแก้ผ้าช่วยให้เซ็กซี่กว่าเดิม

หากคุณเป็นคู่สามีภรรยา การนอนแก้ผ้าย่อมทำให้คุณพร้อมต่อการทำกิจกรรมร่วมกันบนเตียงได้ตลอดเวลา ช่วยให้คุณและคนรักได้ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม รักกันมากกว่าเดิม หรือมีเยื่อใยต่อกันและกันมากขึ้นไปกว่าเดิม เพราะการที่คุณนอนโดยที่ไม่ใส่อะไรเลยจะช่วยทำให้การตื่นเช้ามาของคุณทั้งคู่รู้สึกเซ็กซี่มากขึ้นกว่าเดิม และพร้อมทำกิจกรรมต่างๆที่คุณต้องการได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ เมื่อฮอร์โมนออกซี่โตซินถูกหลั่งออกมาจะทำให้คนมีความสุข ลดความเครียด คลายความเศร้า และทำให้เกิดเรื่องดีๆอื่นๆตามมาอีกเพียบ

โทษของพลาสติกคลุมอาหารอันตรายกว่าที่คิดไว้

พลาสติกคลุมอาหาร
พลาสติกคลุมอาหาร

ทุกวันนี้คนไทยเกือนทุกคนใช้พลาสติกกันเยอะมากขึ้น ใช้ถูกบ้าง ผิดบ้าง ปะปนกันไป ทั้งนี้หลายคนคิดว่าพลาสติกไม่น่าจะมีผิดภัยอะไรมาก แต่หากใช้ผิดวิธีก็มีโทษร้ายแรงไม่เบาเหมือนกันนะ โดยเฉพาะพลาสติกคลุมอาหาร ที่ต้องสัมผัสกับอาหารโดยตรง หากใช้วิธีผิดๆ ก็ยิ่งเป็นโทษต่อร่างกาย ถ้ากลัวเป็นอันตราย มาลองดูวิธีการใช้ที่ถูกต้องกันดีกว่า ไม่ยากเลย

เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้การแบ่งประเภทของพลาสติกคลุมอาหาร ( Plastic Wrap ) กันก่อนดีกว่า พลาสติกคลุมอาหารแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้ เป็น 2 ชนิด คือ

พลาสติกชนิดที่ไม่ใช้กับอาหาร (Non-food grade plastic wrap)
พลาสติกชนิดที่ใช้กับอาหาร (food grade plastic wrap)

โดยมีลักษณะเป็นพลาสติกที่มีลักษณะบางใส เหนียว ยืดหยุ่นสูง และ สามารถเกาะติดกับขอบภาชนะได้ดี สามารถป้องกันการผ่านเข้าออกก๊าซออกซิเจน ฝุ่นละออง แมลง เชื้อโรค สารหอมระเหย กลิ่นได้ นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการเน่าเสียของอาหารได้ยาวนานมากขึ้นด้วย พลาสติกตัวนี้นี่แหละที่คนไทยนิยมใช้กัน

จะเห็นได้ว่าพลาสติกคลุมอาหารมีประโยชน์ตั้งมากมาย และด้วยข้อดีที่กล่าวมาทั้งหมด
ทำให้การใช้พลาสติกคลุมอาหารเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น ประโยชน์หลักๆก็คงเป็นเพราะพลาสติกชนิดนี้มีลักษณะสวยงามและน่ารับประทานมากกว่าการใช้ภาชนะแบบโฟม ทั้งในลักษณะการใช้แบบขึงปิดปากภาชนะแทนฝา หรือ ใช้ห่อหุ้มอาหารเพื่อถนอมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ให้ดูสดใหม่ได้อย่างยาวนานมากขึ้น

พูดถึงข้อดีไปหมดแล้ว อย่าลืมว่าข้อเสียของพลาสติกคลุมอาหารก็มีเช่นกัน ยิ่งพลาสติกคลุมอาหารต้องเป็นกับวัสดุที่สัมผัสกับอาหารโดยตรง ยิ่งมีส่วนที่จะส่งต่อสารพิษเข้าสู่ร่างกายได้ โดยหากอาหารจานไหนมีสภาพความเป็นกรดสูงหรือมีไขมันเป็นส่วนประกอบในอาหารมาก ตัวกรดหรือไขมันก็จะกลายเป็นตัวกลางสำคัญในการพาสารพิษจากพลาสติกลงมาปนเปื้อนกับอาหารได้ และแน่นอนว่าเมื่อเรารับประทานอาหารเหล่านั้นเข้าไป ก็เกิดการสะสมของสารพิษและเมื่อสะสมไปนานวันเข้า ก็อาจจะก่อเกิดเป็นสารก่อมะเร็ง ขึ้นมาทำร้ายร่างกายได้

เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจเรื่องนี้ เป็นเพราะว่าพวกเขาคิดว่า พลาสติกคลุมอาหารสามารถสัมผัสอาหารทุกชนิดได้โดยตรง เพราะชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่าออกแบบมาใช้กับอาหาร แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้น 100% เพราะสารบางอย่างในพลาสติกอาจหลุดออกมาปนเปื้อนในอาหารได้และก่อให้เกิดเป็นอันตรายแก่พวกเรา

ดังนั้น การใช้ฟิล์มพลาสติกถนอมอาหารจึงจำเป็นต้องมีวิธีการใช้ให้ถูกวิธี ใครใช้พลาสติกคลุมอาหารบ่อยและกลัวว่าจะเกิดอันตราย ลองมาดูวิธีการใช้ที่ถูกวิธีดังต่อไปนี้กันเถอะค่ะ

ข้อควรระวังในการใช้พลาสติกคลุมอาหาร

1. เลือกใช้ชนิดพลาสติกคลุมอาหารให้ตรงกับที่ระบุไว้บนฉลาก

สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนจำเป็นต้องรู้และเลือกใช้พลาสติกคลุมอาหารให้ตรงกับที่ระบุไว้บนฉลาก เพราะอาจมีความจำเพาะต่างกัน เช่น เหมาะกับใช้กับไมโครเวฟ หรือเหมาะกับอาหารแช่แข็ง เป็นต้น

2. พลาสติกคลุมอาหารชนิดที่มีสาร PVC เป็นส่วนประกอบหลัก สามารถใช้ในการห่อหุ้มอาหารประเภทผัก ผลไม้ หรือ อาหารที่ไม่มีไขมันได้

พลาสติกประเภท PVC ไม่เหมาะกับการใช้กับอาหารแต่สามารถใช้กับผลไม้ได้ แต่ถ้าต้องการใช้พลาสติกคลุมอาหารชนิดนี้กับอาหารที่มีไขมันจริงๆ ควรใช้ร่วมกับภาชนะที่มีก้นลึกและบรรจุอาหารให้ต่ำกว่าปากภาชนะประมาณ 1 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้พลาสติกสัมผัสกับอาหารโดยตรง

3. หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกห่อหุ้มอาหารที่มีไขมันสูง

พลาสติกคลุมอาหารไม่ควรใช้กับอาหารจำพวก เนยแข็ง เนื้อสัตว์ติดมัน เค้กที่มีหน้าครีมหรือช๊อคโกเลต อาหารทอด

4. พลาสติกคลุมอาหารสามารถใช้ในการอุ่นหรือทำอาหารในเตาไมโครเวฟได้

หากบนฉลากระบุว่าเป็น พลาสติกที่ใช้กับไมโครเวฟได้ ต้องระวังไม่ให้พลาสติกสัมผัสกับอาหารโดยตรง เพราะจะทำให้สารที่ใช้ทำพลาสติกรวมถึงสารก่อพลาสติกลงไปปนเปื้อนในอาหารได้เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้พลาสติกคลุมอาหารปิดฝาภาชนะ หรือ ห่อหุ้มอาหารเหลวที่จะนำไปอุ่นด้วยเตาไมโครเวฟที่ความร้อนสูง เพราะความร้อนสูงสามารถทำให้พลาสติกหลอมละลายได้

5. ไม่ควรใช้พลาสติกคลุมอาหารในการอุ่น หรือทำอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงมาก จนอาจทำให้พลาสติกละลาย

พลาสติกทุกตัวมีความสามารถในการทนความร้อนได้น้อยกว่าวัสดุอื่นๆ ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้พลาสติกในเตาอบ หม้อแกง กระทะ หรือ cooker hobs ก็ควรระมัดระวังให้ดี เพราะยิ่งใช้อุณหภูมิสูงมากเท่าไหร่ หรือในการทำอาหารมีไอน้ำหรือไอน้ำมันเกิดขึ้น ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวังให้มาก เพราะทั้งไอน้ำและไอน้ำมัน จะชะเอาสารที่ใช้ทำพลาสติกไหลลงมาสู่อาหารได้ แม้ว่าพลาสติกตัวนั้นจะไม่ได้สัมผัสกับอาหารโดยตรงแม้แต่น้อย

จะเห็นได้ว่าพลาสติกคลุมอาหารไม่ได้เป็นวัสดุที่ปลอดภัย 100% ถ้าคุณมีการใช้ที่ผิดวิธีจะก่อให้เกิดเป็นภัยและก่อให้เกิดโรคร้ายแก่ร่างกายมนุษย์ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้พลาสติกคลุมอาหารให้ถูกประเภท คุณจะได้รับความปลอดภัยจากการรับประทานอาหารมากที่สุด ไม่ต้องได้รับสารพิษที่หลอมละลายมาจากพลาสติกคลุมอาหาร และสามารถมีอายุอยู่ได้อย่างยืนยาวแบบไร้โรคภัยไข้เจ็บตลอดไป

ออกกำลังกายช่วยเพิ่มความสวยใสให้คุณได้

การออกกำลังกายถือเป็นยาอายุวัฒนะที่ช่วยทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เราสามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน ไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่สวนสาธารณะ การที่เราออกกำลังกายอย่างเป็นประจำแล้ว นอกจากจะทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังทำให้ผิวพรรณของเราเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาด แลดูเป็นคนสุขภาพดี  บุคลิกดี ใครๆก็อยากอยู่ไกล้

เราสามารถเลือกวิธีและรูปแบบการออกกำลังกายได้หลากหลายวิธี เช่น

1.การเต้นแอโรบิค

การเต้นแอโรบิค
การเต้นแอโรบิค

การเต้นแอโรบิคเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้เราได้ใช้ทุกส่วนของร่างกายอย่างเต็มที่ จะทำให้เรากระฉับกระเฉง มีความสนุกสนาน จิตใจแจ่มใส เป็นการออกกำลังกายที่สนุกและดีต่อหัวใจ ทำให้หัวใจของเราสูบฉีดได้ดี

2.การเข้าฟิตเนส/เวทเทรนนิ่ง

เวทเทรนนิ่ง
เวทเทรนนิ่ง

การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง เป็นการออกกำลังกายที่เราจะใช้ความแข็งแรงของร่างกาย ด้วยการยกน้ำหนักประเภทต่างๆ สำหรับคนที่ต้องการมีกล้ามที่เห็นได้ชัด เพื่อหุ่นที่ดี มักจะชื่นชอบการออกกำลังกายประเภทนี้ ทำให้เราดูแข็งแรง ลดไขมัน และมีบุคลิกที่ดีได้อีกด้วย

3.การเล่นโยคะ

โยคะ
โยคะ

การเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายผสมผสานกับการทำจิตใจให้มีสมาธิ ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างที่เราต้องการ ถึงแม้ว่าเราจะเห็นว่าโยคะดูเหมือนไม่ได้ใช้พลังงานมากเหมือนการออกกำลังแบบอื่น แต่จริงๆแล้วการออกกำลังกายแบบโยคะนี้ สามารถเผาผลาญพลังงานได้ดีไม่แพ้การออกกำลังกายแบบอื่นเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังวกายควรออกแต่พอดี ไม่ใช่หักโหมจนเกินไป จะทำให้เราบาดเจ็บและเป็นผลเสียต่อสุขภาพของเราได้